![]() 1.โครงการฝนหลวง (Royal Rain Project)
เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร ๑๕
จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ ๒-๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘
ในวันจันทร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘
เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์เดลาเฮย์
ซีดานสีเขียว จากจังหวัดนครพนมไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านจังหวัดสกลนครและ
เทือกเขาภูพาน ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของราษฎร
และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตร
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล
วิศวกรและนักประดิษฐ์ควายเหล็กที่มีชื่อเสียงเข้าเฝ้าฯ แล้วพระราชทาน แนวความคิดนั้นแก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล
แนววิจัยโครงการนี้คือ การนำสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า ทำให้เมฆรวมตัวและก่อให้เกิดฝนตกได้ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นท้องฟ้าจะไม่มีเมฆเลยก็ตาม ซึ่งกองทัพอากาศสามารถผลิตจรวดที่นาสารเคมีบรรจุในหัวจรวดแล้วยิงขึ้นฟ้าที่ระดับความสูง ๑-๑.๕ บัดนี้โครงการฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดาริไว้ ตั้งแต่พ.ศ.๒๔๙๘ ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่อาณาประชาราษฎร์ ช่วยให้พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งกลับมีความชุ่มชื่น ก่อให้เกิดความชุ่มฉ่ำแก่แผ่นดิน แม้แต่น้ำในเขื่อนต่าง ๆ ที่ใกล้จะหมดก็มีปริมาณมากขึ้น ทั้งนี้ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาญาณ ในพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช อย่างแท้จริง
ที่มา: http://yingnak.blogspot.com/
![]() 2. โครงการฝายชะลอน้ำหรือฝายแม้ว (Moisture Retention Dams)
ฝายแม้ว เป็นชื่อเรียก โครงการตามแนวพระราชดำริ
เกี่ยวกับ วิศวกรรม แบบพื้นบ้าน ฝายแม้วเป็นฝายชะลอน้ำกึ่งถาวรประเภทหนึ่ง
ประเภทเดียวกับฝายคอกหมู โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่นกิ่งไม้ ก้อนหิน
เพื่อกั้นชะลอน้ำในลำธาร หรือทางน้ำเล็ก ๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะพื้นที่รอบๆ จะได้ดูดซึมไปใช้เป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่จะพัฒนาการเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้
ฝายแม้วยังอาจใช้เพื่อการทดน้ำ
ให้มีระดับสูงพอที่จะดึงน้ำไปใช้ในคลองส่งน้ำได้ในฤดูแล้ง
โครงการตามแนวพระราชดำรินี้ได้มีการทดลองใช้ที่ โครงการห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่
และประสบผลสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอื่น ๆต่อมา
ฝายชะลอน้ำสร้างขวางทางไหลของน้ำบนลำธารขนาดเล็กไว้เพื่อชะลอการไหล ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง เมื่อน้ำไหลช้าลงก็มีน้ำอยู่ในลำห้วยนานขึ้น โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ
ลดการตื้นเขินที่ปลายน้ำ ทำให้น้ำใสมีคุณภาพดีขึ้น ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์
เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ได้อาศัยน้ำในการดำรงชีวิต
คืนพืชแก่เนินเขาภูเขาหัวโล้น กลายเป็นแนวกันไฟป่า ลดความรุนแรงของไฟได้
ที่มา: http://www.xn--12co9drbac8a9as5aiidh8isei1npa.com/
![]() 3.โครงการหลวง (Royal Projects) ๑.ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม ๒.ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร ๓.กำจัดการปลูกฝิ่น ๔.รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าให้สองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน การดำเนินงานต่าง ๆ ของโครงการหลวง มีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการด้านต่าง ๆ ปฏิบัติงานถวาย ทำให้การปฏิบัติงานก้าวหน้าอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานวิจัยการปลูก พืชเขตหนาวชนิดต่าง ๆ เกษตรกรสามารถนำไปปลูกทดแทนฝิ่นได้ผลดี
พ.ศ.๒๕๓๗
โครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ (UNDCP) ได้ทูลเกล้าฯถวายเหรียญทองเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในการแก้ปัญหายาเสพติด
โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่ปลูกพืชอื่นแทน
จึงกล่าวได้ว่าโครงการหลวงเป็นโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นแห่งแรกของโลก
วัตถุประสงค์มูลนิธิโครงการหลวง![]() เพื่อช่วยชาวไทยภูเขาในด้านต่าง ๆ จากพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า "เรื่องที่จะช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขาเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง จุดประสงค์อย่างหนึ่งคือมนุษยธรรม หมายถึงให้ผู้อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถมีความรู้พยุงตัวให้มีความเจริญได้ อีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่า ควรจะช่วยเพราะเป็นปัญหาใหญ่คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้างเขาจะเลิกปลูกยาเสพติด คือ ฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับการปราบปรามการสูบฝิ่นและค้าฝิ่นได้ผลดี อันเป็นผลอย่างหนึ่ง" "อีกอย่างคือชาวเขาตามที่รู้เป็นผู้ทำการเพาะปลูกโดยวิธีที่จะทำให้บ้านเมืองของเราสู่หายนะได้ ที่ถางป่าและปลูกโดยวิธีไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขาก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี อยู่ดีกินดีและปลอดภัยได้อีกทั่วประเทศ ถ้าสามารถทำโครงการนี้สำเร็จให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักแหล่ง และสนับสนุนนโยบายจะรักษาป่า รักษาป่าให้เป็นประโยชน์ต่อไปและยั่งยืนมาก"
ที่มา: http://www.royalprojectthailand.com/about
![]() 4. โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (Pa Sak Jolasid Dam Project)
ที่มา: https://mayzii7701.wordpress.com/
![]() 5. เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory on Managing Agricultural Land)
ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร เป็นปัญหาสำคัญยิ่งในปัจจุบัน
และการประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ำฝนทำนาเป็นหลัก
เกษตรกรจะมีความเสี่ยงสูง เป็นเหตุให้ผลผลิตข้าวอยู่ในระดับต่ำ
ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่“
ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก
ประมาณ ๑๕ ไร่ ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม
ด้วยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล
เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายและมีอาหารไว้บริโภคตลอดปี โดยมีแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ ได้แก่ พื้นที่น้ำ
พื้นที่ดินเพื่อเป็นที่นาปลูกข้าว พื้นที่ดินสำหรับปลูกพืชไร่นานาพันธุ์
และที่สำหรับอยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน 3:3:3:1 ซึ่งได้ดำเนินการอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
เพื่อการผลิตทางเกษตรกรรมที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า
“…ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่
สองอย่างนี้จะทำความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน
ต้องไม่ใจร้อน…”
ที่มา: http://nondanghomestay.com/new-agricultural-theory-works-2/
![]() 6.โครงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาหน้าดิน (Use of Vetiver to Present Soil Erosion)
“...ทุกคนควรจะได้สนใจสังเกต
ศึกษาเรื่องราว บุคคลและสิ่งต่าง
ๆ
ที่แวดล้อมและเกี่ยวข้องกับตัวเองให้มากอย่าละเลยหรือมองข้ามแม้แต่สิ่งเล็กน้อย เช่น
ต้นหญ้า ซึ่งถ้าศึกษาพิจารณาให้ดีก็จะก่อให้เกิดปัญญาได้
หญ้านั้นมีทั้งหญ้าที่เป็นวัชพืชซึ่งเป็นโทษ และหญ้าที่มีคุณอย่าง "หญ้าแฝก"
ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้ำ เพราะมีรากที่หยั่งลึกแผ่กระจายลงไปตรง ๆ ทำให้อุ้มน้ำและยึดเหนี่ยวดินได้มั่นคงและมีลำต้นชิดติดกันแน่นหนา
ทำให้ดักตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี..."
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่
๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐)
การชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนี่งของประเทศ
มีผลต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
จึงพระราชทานพระราชดำริให้มีการนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ
เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขี้น
เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย มีรากที่ยาว
แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผง และง่ายต่อการรักษา
ที่มา : www.weloveroyalty.com/main/th/project/detail/หญ้าแฝก/7.html ![]() 7.กังหันน้ำชัยพัฒนา (The Chaipattana Aerator)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากที่เกิดขึ้นนี้
ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพน้ำเสียในพื้นที่หลายแห่งหลายครั้ง
ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด
พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขน้ำเน่าเสีย ในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ. 2527-2530
ทรงแนะนำให้ใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยบรรเทาน้ำเสียและวิธีกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวาและพืชน้ำต่างๆ
ซึ่งก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ผลในระดับหนึ่ง
ต่อมาในช่วงปี
พ.ศ.2531 เป็นต้นมา สภาพความเน่าเสียของน้ำบริเวณต่างๆ มีอัตราแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น
การใช้วิธีธรรมชาติไม่อาจบรรเทาความเน่าเสียของน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงขอพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดค่าใช้จ่าย
สามารถผลิตได้เองในประเทศ ซึ่งมีรูปแบบ "ไทยทำไทยใช้"โดยทรงได้แนวทางจาก
"หลุก"
ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิดน้ำเข้านาอันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นจุดคิดค้นเบื้องต้น
และทรงมุ่งหวังที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการบรรเทาน้ำเน่าเสียอีกทางหนึ่งด้วย การนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการศึกษาและวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้
โดยดำเนินการจัดสร้างเครื่องมือบำบัดน้ำเสียร่วมกับกรมชลประทาน
ซึ่งได้มีการผลิตเครื่องกลเติมอากาศขึ้นในเวลาต่อมา
และรู้จักกันแพร่หลายทั่วไประเทศในปัจจุบันคือ "กังหันน้ำชัยพัฒนา"
ที่มา :www.chaipat.or.th/site_content/19-248/18-chaipattana-water-turbine-development.html ![]() 8.สะพานพระราม 8 (The Rama VIII Bridge)
เนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัดที่ผู้คนในกรุงเทพมหานคร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก
1 แห่ง ซึ่งจะเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีให้สะดวกสบายขึ้น
ซึ่งจะช่วยระบายรถบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้มากยิ่งขึ้น
และยังสามารถลดมลพิษทางอากาศบริเวณในเมืองได้เป็นอย่างดี และตั้งชื่อว่า
สะพานพระราม 8 ตามชื่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันตมหิดล หรือรัชกาลที่ 8
อันเป็นพระเชษฐาที่รักยิ่งของพระองค์
ที่มา : www.yaimouth.com/56464
![]()
9.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
(Pak Phanang Project)
ในอดีตที่ราบลุ่มแม่น้ำปากพนังนั้นเคยเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์
แต่เนื่องจากการเจริญเติบโตของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากร อีกทั้งยังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นหลายครั้งจนทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปตามๆ
กัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้จึงได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
เพื่อช่วยเหลือราษฎรหลายครั้ง
เช่นการก่อสร้างประตูระบายน้ำที่ปากพนังเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และทำระบบกระจายน้ำเพื่อการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มปากพนัง
เป็นต้น
ประโยชน์ของโครงการ
1)ป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปทำลายพื้นที่การเกษตร
2)เก็บกักน้ำจืดไว้ในลำน้ำปากพนังและลำน้ำสาขาได้ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม.
เพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเพาะปลูกบริเวณสองฝั่งลำน้ำ ประมาณ 521,500
ไร่ในฤดูฝน และประมาณ 240,700 ไร่ในฤดูแล้ง
3) คลองระบายน้ำช่วยบรรเทาอุทกภัย
เนื่องจากสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
4)
ขจัดปัญหาขัดแย้งระหว่างเกษตรนากุ้งและเกษตรกรนาข้าว
เนื่องจากมีการแบ่งเขตของการใช้พื้นที่อย่างชัดเจน
5)ลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำกินในถิ่นอื่น
6)แม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขา
เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืดได้เป็นอย่างดี
7)เพิ่มพูนผลผลิตการเกษตรหลากหลายและครบวงจร ทั้งทางด้านการเพาะปลูก การประมง
ปศุสัตว์ ฯลฯ ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของราษฎร
9)ฟื้นฟูสภาพนิเวศวิทยาให้กลับคืนสู่สมดุลย์
10)ลดปัญหาการน้ำเปรี้ยวและดินเปรี้ยว
ที่มา : www.rid.go.th/royalproject/index.php?option=com
![]() 10.โครงการพลังงานทดแทน (Renewable Energy)
เมื่อนานมาแล้วโครงการพลังงานทดแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
พระองค์ทรงริเริ่มให้มีการวิจัยทดลอง ผลิตและใช้พลังงานทดแทนจากพืช
ทั้งเอทานอลที่ใช้ผสมน้ำมันแก๊สโซฮอล์
รวมทั้งการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว เป็นต้น และในปี 2000
กองงานส่วนพระองค์ได้ทำการทดลองนำน้ำมันปลา์มบริสุทธิ์ (ปาล์มดีเซล)
ที่ได้ทำการวิจัยมาแล้ว มาทดลองใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล และก็เป็นผลสำเร็จ
นับจากนั้นต่อมาหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทผู้ค้าน้ำมัน
ร่วมมือกันพัฒนาหน่วยผลิตต้นแบบในหลาย ๆ โครงการอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถนำมาผลิตได้ในเชิงพาณิชย์
ที่มา : www.yaimouth.com/56464
|











